นายวิชิต จัน ทะแจ้ง เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เปิดเผยว่า ปี 2554 นี้ สำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ มีแผนเร่งดำเนินโครงการปรับโครงสร้างหนี้และฟื้นฟูอาชีพเกษตรกรตามนโยบาย รัฐบาล โดยใช้งบประมาณจำนวน 2,500 ล้านบาท เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้สินของเกษตรกรทั้งที่เป็นสมาชิกหรือไม่เป็นสมาชิก กองทุนฟื้นฟูฯ พร้อมเร่งฟื้นฟูและพัฒนาอาชีพหลัก ขณะเดียวกันยังมุ่งสร้างอาชีพเสริมตามความต้องการของเกษตรกรเพื่อเพิ่มเติม รายได้ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรให้ดีขึ้น และช่วยให้ดำรงชีพอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนบนรากฐานที่เข้มแข็งตามหลัก ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งภายใน 2 ปีข้างหน้า คาดว่าจะสามารถปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่เกษตรกรได้ไม่น้อยกว่า 5.1 แสนรายทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมากองทุนฟื้นฟูฯ ได้มีการชำระหนี้แทนเกษตรกรและซื้อทรัพย์คืน รวมทั้งสิ้น 12,315 ราย วงเงินประมาณ 2,616.01 ล้านบาท จากที่ขึ้นทะเบียนหนี้ไว้กับกองทุนฟื้นฟูฯ ทั้งหมด 419,245 ราย โดยเฉลี่ยเกษตรกรทั่วไปมีหนี้สินรายละ 1.5 แสนบาท ขณะที่สมาชิกสหกรณ์เป็นหนี้สหกรณ์เฉลี่ยรายละ 5-6 หมื่นบาท
เลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูฯ กล่าวด้วยว่า เกษตรกรที่จะเข้าสู่กระบวนการปรับโครงสร้างหนี้ต้องเป็นหนี้ไม่ก่อให้เกิด รายได้(เอ็นพีแอล) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2552 และมีเงินต้นคงเหลือต่อรายไม่เกิน 2.5 ล้านบาท ซึ่งโครงการจะพิจารณาปรับโครงสร้างหนี้ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดโดย พักเงินต้นครึ่งหนึ่ง หรือ 50% และพักดอกเบี้ยทั้งหมดไว้ก่อน จะให้เกษตรกรผ่อนชำระหนี้ต้นเงินที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งตามงวดกับธนาคารของ รัฐ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) สำหรับการผ่อนชำระหนี้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ตกลงกันแต่ไม่เกิน 15 ปี ซึ่งเงินต้นและดอกเบี้ยที่พักไว้จะปลดให้ทั้งหมดเมื่อเกษตรกรชำระหนี้งวดสุด ท้าย
ที่มา : คม ชัด ลึก