บล็อกเกษตร
   ตลาดหน้าแรก   ลงประกาศซื้อขายสินค้าเกษตร!   สินค้าทั้งหมด   สมัครสมาชิก   ติดต่อลงโฆษณา 
สถิติการใช้งาน
อัพเดทใหม่วันนี้ 9 รายการ
ประกาศทั้งหมด 3376 รายการ
สมาชิกทั้งหมด 1287 คน
สมาชิกเข้าระบบ
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
 
สมัครสมาชิก | ลืมรหัสผ่าน
หมวดหมู่ข่าว
  ข่าวประชาสัมพันธ์
  ข่าวการเกษตร - ทั่วไป
หมวดหมู่ประกาศ
พืชผัก (331)
ผลไม้ (96)
ประมง (28)
ปศุสัตว์ (168)
เครื่องมือการเกษตร (230)
ปุ๋ยและสารเคมี (284)
อาหารสัตว์และยาบำรุง (88)
สินค้าเกษตรแปรรูป (128)
ไม้ดอก-ไม้ประดับ (48)
ไม้ผล-ไม้ยืนต้น (140)
ที่ดินและที่สวน (49)
สินค้าการเกษตรอื่นๆ (1786)

ลิ้งเพื่อนบ้าน



Tag
 ข่าวประชาสัมพันธ์
* เหงื่อ* ความลับสุขภาพดี (อ่าน 186)

โดยทั่วไปแล้ว เราเคยสังเกตกันไหมว่า ความร้อน และ เหงื่อ 
มักจะมาคู่กันเสมอ ไม่ว่าจะเป็นยามอากาศร้อนอบอ้าว หรือร้อนธรรมดาๆ 
หรือขณะที่เรากำลังใช้แรงงานกล้ามเนื้ออย่างหนัก 
หรือแม้แต่อาการตื่นเต้นหวาดกลัวจนเส้นประสาทถูกกระตุ้นมาก ๆ 
มักจะเห็นเหงื่อผุดพราวขึ้นตามรูขุมขน ซึ่งแท้ที่จริงแล้ว 
คือทางออกที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาช่วยเพื่อบรรเทาความร้อน 
และสร้างความเย็นขึ้นมาทดแทนของร่างกายเรานั่นเอง 
เพื่อเป็นการปรับสมดุลให้ร่างกายของเราเข้าสู่สภาวะปกติ 
และที่เรารู้สึกถึงความเย็นได้ ก็เพราะในเหงื่อนั้นประกอบด้วยน้ำเป็นหลัก 
และแร่ธาตุรองลงมาก็คือคอลไรด์และโพแทสเซียม หรือเกลือ เราจึงรู้ว่า เหงื่อ
มีรสเค็ม

          ไปทำความรู้จักกับหยาดน้ำเค็ม ๆ ที่พรั่งพรูออกมาจากร่างกายเราว่าคืออะไรและมาจากไหนกันเถอะ

เหงื่อ และกลิ่นของเหงื่อ
        
เหงื่อออก เป็นหนึ่งในกลไกตอบโต้ทางธรรมชาติของร่างกายสิ่งมีชีวิตหลายชนิด
และกับมนุษย์อย่างเราๆ ที่หลายๆ คนคงอยากให้เกิดน้อยที่สุด 
เนื่องจากผลที่ตามมาคือ นอกจากจะทำให้เหนียวเหนอะหนะไม่สบายตัวแล้ว กลิ่น 
ก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าอภิรมย์สักเท่าไร 
แถมเหงื่อของบางคนยังมีกลิ่นแรงเป็นพิเศษเสียด้วย 
ชนิดที่ทำให้คนรอบตัวที่ไม่คุ้นเคยต้องรีบอุดจมูกแล้วเดินหนี 
เป็นที่น่ารังเกียจเสียด้วยซ้ำ

        ความ
จริงแล้วเหงื่อของคนเรานั้นไม่มีกลิ่นเลย แต่ที่เราได้กลิ่นนั้น 
คือเหงื่อนั้น เมื่อผสมกันเข้ากับแบคทีเรียบนผิวหนังเส้นขน 
รวมทั้งกรดไขมันจากอาหารที่กินเข้าไปนั่นแหละ ทำให้เกิดกลิ่นขึ้นมาได้
       
ทั้งนี้ ต่อมเหงื่อ นั้นมีสองประเภท หากเป็นเหงื่อที่ออกทั่วร่างกาย 
โดยเฉพาะบริเวณหน้าผาก ฝ่ามือ และฝ่าเท้านั้นจะมาจากต่อมที่เรียกว่า 
Eccrine ซึ่งเริ่มผลิตเหงื่อตั้งแต่เรายังเป็นเด็กแรกเกิดกันเลยทีเดียว 
จึงมักไม่ค่อยมีกลิ่นรุนแรงเท่าเหงื่อที่มาจากต่อม Apocrine 
ที่อยู่ตรงบริเวณรักแร้และซอกขาใกล้ทวารหนักและอวัยวะเพศ 
ซึ่งจะเริ่มทำงานเมื่อย่างเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ 
และหากส่องดูกันอย่างใกล้ชิด จะเห็นได้ว่า มีทั้งกรดไขมันและโปรตีนผสมอยู่ 
ซึ่งทำให้เหงื่อที่ออกมาเป็นสีเหลืองขุ่นเล็กน้อย 
และมักเห็นเป็นคราบบนเสื้อผ้าได้ง่าย นี่เองจึงเป็นสาเหตุว่า 
ทำไมบรรดาผลิตภัณฑ์ระงับเหงื่อและกลิ่นกายต่าง ๆ 
จึงได้พุ่งเป้าหมายการกำจัดกลิ่นไปที่บริเวณรักแร้กันเป็นพิเศษ นอกจากนี้ 
ต่อมเหงื่อ ยังมีแทรกอยู่ตามบริเวณรูขุมขน ทั้งบนหนังศรีษะ 
และตามร่างกายทั่วไปอีกด้วย (พูดได้ว่า ที่ไหนมีขนมาก 
ที่นั่นมักมีต่อมเหงื่ออยู่มาก) เนื่องจากเหงื่อเป็นของเหลวและมีโพแทสเซียม
หากเกิดการเสียดสีอย่างรุนแรงบ่อยๆ จะเกิดการทำลายของชั้นผิวหนัง 
ขนจึงเป็นทางออกสุดท้ายในการลดแรงเสียดสีดังกล่าว 
แต่แฟชั่นส่วนใหญ่ของคุณผู้หญิง หากมีการปล่อยขนบริเวณรักแร้ให้เห็น 
คงดูไม่ดีแน่ๆ

เหงื่อที่ผิดปกติ         
บางคนมีเหงื่อออกมากเกินไปจนเป็นที่น่ารำคาญทั้งผู้เป็นและผู้ใกล้เคียง 
และทำให้เจ้าตัวเกิดความอับอายอยู่บ่อย ๆ 
โดยเฉพาะเหงื่อตามฝ่ามือและซอกรักแร้ที่เปียกโชกเป็นวงทั้งวัน 
สาเหตุนั้นทางการแพทย์เองก็ยังไม่อาจระบุได้อย่างชัดเจนว่ามาจากสาเหตุใด 
แต่อาจมีที่มาดังต่อไปนี้ และสามารถรักษาได้ด้วยการกินยาหรือการผ่าตัด

                * ความไม่สมดุลของฮอร์โมน เช่น อาการเมโนพอส (Menopause) ในช่วงวัยทอง
                * ต่อมไทรอยด์ทำงานผิดปกติซึ่งทำให้ร่างกายผลิตความร้อนได้สูง
                * ยาที่ใช้บางประเภท
                * อาหารที่มีกาเฟอีนสูง
                * ระบบประสาททำงานหนักจนเกินไป

           รู้ไหมว่า...               คนเรามีต่อมเหงื่อกระจายอยู่ทั่วร่างกายถึงประมาณคนละ 2.6 ล้านต่อม
              * เหงื่อที่ออกตรงฝ่ามือและรักแร้นั้นไม่เหมือนกัน และให้กลิ่นแตกต่างกันด้วย
               * หากสังเกตให้ดี แท้จริงแล้วเรามีเหงื่อออกอยู่ตลอดเวลา แม้ในอากาศเย็น
               * หากอากาศร้อนมาก ๆ คนเราอาจเสียเหงื่อได้มากถึงชั่วโมงละ 1 ลิตร ร่างกายจึงต้องการน้ำและเกลือแร่ชดเชย
               * เหงื่อมีรสเค็มเนื่องจากมีแร่ธาตุสำคัญคือ โซเดียมและโพแทสเซียม
               * หากเหงื่อออกมากแล้วไม่รีบดื่มน้ำเข้าไปทดแทน อาจทำให้เป็นลม เกิดปัญหาในระบบไหลเวียนหรือไตวายได้
               * เครื่องจับเท็จสามารถวัดได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของไฟฟ้าสถิตในผิวหนัง และเหงื่อที่ออกเวลาเรากลัวหรือตื่นเต้น


ที่มา ... http://www.beautyfullallday.com 


โพสเมื่อ : 31 ม.ค. 2555
 

สินค้าการเกษตร อุปกรณ์การเกษตร วิชาการเกษตร เทคนิคการเกษตร ความเรื่องการเกษตร ฟาร์มเกษตร ปลูกพืชผัก การใช้สารเคมีที่ถูกต้อง เกษตรและสหกรณ์

Copyright© K.S. Group Company - All Rights Reserved. , Powered by hostdrift